สุดสายแนนแห่ง "สุดสะแนน"
posted on 11 Feb 2008 01:28 by b613 in knowledge“สุดสายแนน”
เย็นวันหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ขณะที่ฉันยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยภาคเหนือ ฉันกับพี่ ๆ น้อง ๆ ชมรมได้พากันไปกินหมูกระทะหลังมอ เนื่องในโอกาสอะไรก็จำไม่ได้ แต่ขณะที่กำลังรับประทานกันอย่างเอร็ดอร่อยนั้นเอง โสตประสาททางด้านการฟังก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงเพลงจังหวะเรกเก้ ที่ดังครึกครื้นอยู่ในเพิงร้านเหล้าเล็ก ๆ ฝั่งตรงข้ามร้านหมูกระทะ
เพิงร้านเหล้าที่พวกเราไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน . . มันคือร้านอะไรกันนะ ฉันทวีความสงสัย ด้วยทำนองเพลงที่สนุกสนานเร้าใจ เกินกว่าที่จะก้มหน้าก้มตากินหมูกระทะที่อยู่ตรงหน้าต่อไปโดยไม่สนใจใยดี จังหวะดนตรีเหล่านั้นได้
ฉันตัดสินใจวิ่งถลาข้ามไปยังอณาเขตของร้านเหล้าเล็ก ๆ แห่งนั้น พร้อมคำถามสุภาพว่า
“ร้านนี้คือร้านอะไร และชื่ออะไรคะ”
“ร้านขายก๋วยจั๊บญวน ชื่อ สุดสะแนน ครับ”
“. ..แปลว่าอะไรคะ”
“เป็นภาษาเวียดนาม แปลว่า บุพเพสันนิษวาส ครับ”
“อ่อ ... ขอบคุณค่ะ”
แล้วฉันก็วิ่งถลากลับมา พร้อมกับคำตอบอิ่มเอมใจ เนิ่นนานหลังจากนั้นเรื่อยมา
(ภาพของคนอื่น-หามาจากในเน็ต)
ผนวกกับอากาศเย็นหน้าหนาว หรือเดือนดาวเหนือฟ้าเชียงใหม่ ช่วยส่งเสริมให้เพิงขายก๋วยจั๊บญวนเล็ก ๆ กับเพลงเรกเก้ ดูโดดเด่นขึ้นมาได้ด้วยความหมายของชื่อร้านอันลึกซึ้ง หลังจากคืนนั้น ทุกครั้งที่เราต้องการร้านเหล้าที่นั่งฟังเพลงเพลิน ๆ ได้ ร้านสุดสะแนนจะอยู่ในช้อยส์ต้น ๆ เสมอ เพราะเล่นเพลงที่พวกเราพอใจ เช่น เพลงของทีโบน เพลงของนภ พรชำนิ เพลงบอยด์ โกสิยพงษ์ และแน่นอนว่าเพลงที่พี่ชวด สุดสะแนน ผู้เล่นดนตรีในร้านเล็ก ๆ ถนัดที่สุด คือเพลงเพื่อชีวิต ...ถึงพวกเราจะชอบร้องเล่นเพลงเพื่อชีวิตกันเองเสมอ ๆ แต่พอมานั่งในร้านเหล้า หลาย ๆ ครั้งพวกเราก็รู้สึกขัดใจเล็กน้อย ที่พี่ชวดเอาเพลงเพื่อชีวิตมาร้องคั่นเพลงเรกเก้ของพวกเรา (ซะที่ไหน) ..แล้วก็มีเสียงโห่ไล่เพลงชีวิตขึ้นมาเป็นบางครั้งบางครา พอเฮฮา
(ภาพของคนอื่น-หามาจากในเน็ต)
แม้ว่าหลังจากนั้น ความหมายของชื่อ สุดสะแนน ที่พี่ฮวก เจ้าของร้าน บอกฉันครั้งแรกจะเลือนหายไป
เพราะฉันเองก็พยายามไปเปิดหาความหมายในพจนานุกรม ทั้งของไทย และของเวียดนาม ของลาว ก็ยังไม่เห็นจะพบความหมายที่พี่ทั่นแปลไว้ว่า บุพเพสันนิษวาส เลยสักครั้ง
...มีแต่ความหมายที่ระบุว่า เป็นท่วงทำนองลายแคน เครื่องดนตรีพื้นบ้านของภาคอีสาน และประเทศลาว
....แต่ฉันก็ยังพยายามหาความหมายต่อมาอีกหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งความหมายที่พบก็มีเท่าเดิม คือ ลายแคนสุดสะแนน
จวบจนเรียนจบ และกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ ได้ 1-2 ปี ฉันค้นพบอีเมลล์ของร้านสุดสะแนน เป็นอีกครั้งที่พยายามหาความหมายที่ฉันต้องการนำมายืนยันกับคนอื่นว่า สุดสะแนน มันแปลว่า บุพเพสันนิษวาส จริง ๆ เพราะไปบอกใคร เขาก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อ คำที่ไร้ความหมายในพจนานุกรมสักเท่าไร
ฉันส่งอีเมลล์ไปถามความหมายของชื่อร้านสุดสะแนน ที่ตอนนั้นย้ายจากหลัง ม.ช. ไปอยู่บนถนนเลียบคันคลองชลประทาน ทางไปสนามกีฬา 700 ปีแล้ว...
นานกว่า 1 เดือนได้กระมัง พี่ชวด สุดสะแนน เจ้าเก่า ก็ตอบอีเมลล์กลับมา
- - - - - - -- -- - - - -- - -- -
สวัสดีครับคุณ "P B"
ขอโทษมากๆครับที่ตอบจดหมายของคุณล่าช้าไปมาก
เหตุผลของผมก็คือ ชีวิตช่วงนี้ของผมค่อนข้างยุ่งเหยิง
ไม่มีอะไรมากหรอกครับ แต่ผมกำลังสนใจงานประเภทนึง
มันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันกับเรื่องของเพลงหรอกนะครับ
แต่มันเป็นอะไรบางอย่างที่ผมสามารถทำได้(แม้จะไม่ดีที่สุด)
และมันกินเวลาของผมไปค่อนข้างเยอะทีเดียว
โอเค เข้าเรื่องในจดหมายเลยนะครับ
"สุดสะแนน" ในความหมายจริง ๆ นั้น ผมคิดว่าอาจไม่มีในสาระบบของพจนานุกรม
แต่มันปรากฎอยู่ในท่วงทำนอง(ลาย)"แคน" ของภาคอีสาน
"แคน" ที่มีการค้นพบภาพวาดในผนังถ้ำประเทศเวียดนาม อายุราวสามพันปี
"สุดสะแนน" เป็นลายพื้นฐานหนึ่งในจำนวนสิบกว่าลาย(ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ)
ซึ่งนักดนตรีที่เล่นแคนจำเป็นต้องเล่นให้ได้ก่อนอันดับแรก
จากนั้นก็ค่อย ๆ ต่อออกไปสู่ลายอื่นที่ยากมากกว่าขึ้นไป
ในความหมายของคำ "สุดสายแนน"
"สายแนน" นั้น ผมยังไม่เคยเปิดพจนานุกรมดูเลยครับ
ว่ามันมีความหมายหรือไม่หรืออย่างไร
เอาไว้มีโอกาศไปห้องสมุดมอชอผมจะเสาะหาความหมายมาให้
แต่ถ้าหากคุณ "P B" เปิดดูแล้วเจอ จดหมายมาบอกผมบ้างนะครับ
แต่มีคนเคยบอกผมว่า "สายแนน" นั้นมีความหมายว่า สายรกของเด็กทารก หรือคู่ สิ่งที่เป็นของคู่กัน
พ้องกันกับภาษาอังกฤษหรือเปล่า ยังไม่แน่ใจ (ผมไม่ค่อยเชี่ยวชาญ)
เป็น สุดสายสะแนน สุดสายแนน หรือ "สุดสะแนน" ซึ่งอาจเรียกชื่อได้ง่ายกว่า
อาจตีความหมายถึงความผูกพันธ์ สายสัมพันธ์ (อันลึกซึ้ง)
ส่วนตัวผมเองผมไม่ค่อยชอบการนิยามความหมายของอะไรให้ชัด ๆ
(แม้ว่าคนส่วนมากจะชอบอย่างนั้น) ทุกสิ่งมีความหมายและคุณค่าในตัวเอง
อย่างน้อยที่สุดเราก็อาจเรียกมันว่า'หนทางแห่งรหัสยนัย' ซึ่งเราก็มาตีความกันไป
ผมอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการตีความ และเสนอความหมายที่จะใช้อธิบาย
ว่ามันมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือสัมพันธ์อย่างไรกับมนุษย์อย่างเรา
เราจะอธิบายมันอย่างไรมิใช่บอกว่ามันหมายถึงอะไร
ขอบคุณนะครับที่เขียนจดหมายมาหาผม คราวหน้าเขียนมาเยอะๆก็ได้
ต้องขอบคุณเพราะผมมีเพื่อนน้อยมากในโลกอินเตอร์เน็ท
ด้วยความจริง
ชวด สุดสะแนน
(ภาพของคนอื่น-หามาจากในเน็ต)
- - - - - - -- -- - - - -- - -- -
....รู้สึกจะเป็นคำตอบที่น่าพอใจ และไม่ต้องคิดมากหลังจากนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเจ้าของร้าน ที่ไม่ไคร่ให้ทึกทักตีความหมายชัดเจนตามกรอบของใครคนใดคนหนึ่ง แต่มาร่วมตีความหมายร่วมกันในวงสนทนาจะได้อรรถรสและบรรยากาศที่ดีกว่า
ฉันก็เลยลืมคำ ๆ นี้ไปเลย ผ่านเดือนกันยายน ปี 2003 มา 4-5 ปี ฉันเอาชื่อ สุดสะแนน มาวางในตำแหน่งชื่อบล็อกเล่น ๆ อีกครั้ง และ เฮียบีก็ถามว่าสุดสะแนนในที่นี้หมายถึงอะไร ซึ่งแน่นอน ฉันลืมคำตอบพี่ชวดไปแล้ว และไม่ได้ย้อนกลับไปอ่านคำตอบเก่านั้น เพราะมีเส้นทางลัดที่คุ้นเคยกว่า คือถามพี่กูเกิ้ล ซึ่งครั้งนี้ ฉันพบความจริงใหม่ ๆ หลายข้อ ที่ไม่มีโอกาสไปร่วมรับรู้ นั่นคือ ร้านสุดสะแนน ย้ายตำแหน่ง (อีกแล้ว) ไปอยู่แถวถนนนิมมานเหมินทร์ และมีพื้นที่กว้างขึ้น ร้านดูเก๋ขึ้น และท่าทางจะดังขึ้น คนรู้จักมากกว่าเก่า ....ความหมายของคำว่าสุดสะแนน จึงถูกยกมาพูดถึงกันมากขึ้น
(ภาพของคนอื่น-หามาจากในเน็ต)
คราวนี้ฉันได้ความรู้ใหม่จากคนที่รู้จักมักคุ้นกับพี่ฮวก เจ้าของร้าน ได้ความว่า ....
“เดิมเปิดขายก๊วยจั๊บญวน แต่ด้วยความรักในเสียงเพลงจึงเล่นเพลงประกอบขายก๊วยจั๊บ ทำไปทำมาจึงกลายเป็นผับขายก๊วยจั๊บ และกลายเป็นแหล่งชุมนุมของคอเพลงเพื่อชีวิต เพลงใต้ดินไปในที่สุด
....ไปฟังเพลงร้านนี้ อย่าเผลอสั่งอาหารมาก เพราะไม่งั้นนักดนตรีจะต้องลงจากเวทีไปลาบมาให้กินก่อนได้ฟัง
เจ้าของสุดหล่อเพิ่งสละโสดเมื่อไม่นานมานี้
โศกนาฏกรรมแห่งความรักของภาคอีสานมีอยู่ว่า ท้าวขูลูเป็นโอรสเมืองกาลี นางอั้วเคี่ยมเป็นธิดาเมืองปุตตราช ทั้งสองรักกัน แต่ขุนลางได้มาสู่ขอก่อน ผู้เป็นแม่จึงยกให้ ฝ่ายนางอั้วเคี่ยมไม่ยอมจึงผูกคอตาย ส่วนท้าวขูลูเสียใจจึงแทงตัวเองตายตาม สุดท้ายวิญญาณของสองหนุ่มสาวได้ไปพบกันบนสวรรค์
ก่อนตายได้มีพิธีเสี่ยงสายแนน คือดูบุพเพสันนิวาสในชาติปางก่อน ท้าวขูลูกับนางอั้วโยนค้อนให้แก่กัน แต่ทั้งคู่รับพลาด แถนหวงทำนายว่าไม่มีบุญร่วมห้องจะต้องพลัดพรากจากกัน ความตอนนี้ในฉบับของล้านช้างกล่าวว่าขูลูกับนางอั้วเสี่ยงทายโดยการแกว่งค้อนไปถูกของกลอง ทำนายว่าไม่สมหวัง นอกจากนี้แล้วยังมีการเสี่ยงใบไม้ ก็ได้ใบไม่ที่ไม่ดี เสี่ยงผลไม้ก็ได้ผลไม้ที่แมลงเจาะ เสี่ยงดอกไม้ ขูลูได้ดอกขุนพุม นางอั้วได้ดอกแคฝอย ซึ่งแถนทำนายว่าทั้งสองมีเคราะห์ร้ายถึงตาย (ข้อมูลจากพลเมืองเหนือ)
"เมื่อเห็นขูลูอยู่ที่ไหน
ก็เห็นนางอั้วอยู่ที่นั่น"
รักกันแค่ไหนก็ไม่อาจฝืนลิขิตดินฟ้า นัยของโศกนาฎกรรมของเรื่องนี้ คล้ายจะบอกว่าบุพเพสันนิวาสหรือสายแนน นั้นมีจริง
……….
นางอั้ว ตายลง กลายเป็นกล้วยไม้ดินสีขาว คือ อั้วดอกขาว (Calanthe tripicata ( Willemet) Ames)

ส่วนท้าวคูลู หรือ ขูลู เมื่อตายลงเกิดเป็นกล้วยไม้ดินอีกชนิดหนึ่ง ดอกสีม่วง มีอีกชื่อว่า มังกรคาบแก้ว (Brachycorythis helferi (Rchb.f.) Summerh.
ทั้งสองชนิดออกดอกในฤดูฝน ประมาณ กรกฎาคม-กันยายน
ทั้งสองชนิด จะออกดอกเคียงคู่กันเสมอ..ตามป่าไผ่ตีนภูในเขตจรยุทธทุกแห่งทางภาคอีสาน
…….
- ข้อมูลจตำนาน ท้าวขูลู-นางอั้ว จากอินเตอร์เน็ต -
...........
วันนี้จึงนับว่าได้ค้นพบอีกหลายความหมายของคำว่า สุดสะแนน ที่น่าพอใจแล้ว สำหรับฉัน
“สุดสายแนน” ซึ่งที่แท้ ความหมายที่ได้ฟังครั้งแรกว่า บุพเพสันนิษวาส หรือสายสัมพันธ์ นั้นก็มีอยู่จริง (..ที่ผ่านมาฉันพยายามค้นหา อาจเป็นเพราะต้องการพิสูจน์ว่าถูกหลอกหรือเปล่า)
...แต่จะมีประโยชน์อะไรที่จะไปตราความหมายให้กับ “คำในความทรงจำ” ที่มีคุณค่ามากกว่านั้น อิ่มแล้วสำหรับฉันกับคำคำนี้ ^-^ สุดสายสะแนน
.................................................................................
ความหมายอื่น ๆ ของ สุดสะแนน หรือ สุดสายแนน
สายแนน= สายใยผูกพัน
สะแนน เป็นภาษาอีสาน หมายถึง เตียง (สำหรับผัวเมียนอน) หรือแคร่สำหรับนอนย่างไฟ (ของหญิงเมื่อคลอดบุตร) จึงหมายถึง ความยากลำบาก คนอีสานมักใช้คำนี้ หลังจากที่ผู้หญิงคลอดลูกแล้วอยู่ไฟ คนอีสานเรียกว่า อยู่กรรม ต้องอาบน้ำร้อน กินน้ำร้อน นอนผิงไฟบนไม้กระดานแผ่นเดียว ซึ่งเป็นความยากลำบากของผู้หญิง
ลายสุดสะแนน เป็นลายที่นิยมที่สุดสำหรับการบรรเลงประกอบหมอลำ
“สุด” หมายถึง ใกล้ที่สุด
“สะแนน” หรือ “สายแนน” หมายถึง เส้นหรือเชือกแห่งความรัก
ดังนั้น “สุดสายแนน” อาจจะแปลว่า “สุดสายสัมพันธุ์แห่งความรัก”
บางแห่งเรียกว่าสายสุดเมร หรือลายสุดสุเมรุ
หมายเหตุ - ร้านสุดสะแนน มีวงดนตรี ชื่อ วงสุดสะแนน ด้วยค่ะ ^-^
edit @ 11 Feb 2008 08:57:12 by Miss Fusion
อ่านชื่อเอนทรี่ทีแรกเป้นสุดคะแนน ก็เอ๊ะมันยังไง
ดูท่าทางคนตอบ ย่อมเป็นอย่างแรกอยู่แล้ว
#1 By Here Be.๛๛๛๛ on 2008-02-11 02:00