พลังใจ จาก กวี
posted on 22 Feb 2008 14:36 by b613 in poemพลังใจ จาก กวี
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว …
ฉันกับเพื่อนรัก โทรศัพท์คุยกันกระหนุงกระหนิงเรื่องชีวิตคู่ (แบบปั๊บปี้เลิฟ)
..
เพื่อนเล่าวิธีที่คนรักของเธอใส่ถุงเท้าปลายขาดไปทำงานอย่างไรให้ไม่ต้องเสียเงินซื้อถุงเท้าใหม่ ...จะเดินยังไงให้มีคนรู้เห็นน้อยที่สุด ว่าเราใส่ถุงเท้าติดแอร์ และบางครั้งก็ต้องทนใส่รองเท้าหนังที่พื้นรองเท้าสึกจนบางจ๋อย และรับบริจาครองเท้าเก่า ๆ จากเพื่อนร่วมงานที่มีมากพอ มาใช้
.
...ส่วนคนรักของฉันและฉัน บางวันเราแทบไม่มีเงินจะซื้อข้าวเย็นกิน โดยเฉพาะก่อนถึงวันสิ้นเดือน เราเคยรอจนถึงเวลา 24 นาฬิกาของเวลากลางคืน เพื่อเดินไปกด ATM เอาเงินเดือนที่เพิ่งออกมาซื้อของกินใน 7/11 ^-^
.
เป็นที่มา ที่ฉันแอบเขียนกลอนกุ๊กกิ๊กสอดเป็นของขวัญให้คู่ของเพื่อนและ ฉัน ...ต่อสู้ชีวิตต่อไปอย่างไม่ขาดกำลังใจเกินไป
ที่รัก ...
แม้เราไร้เงินทองกองตรงหน้า
แม้นยากไร้เงินตรามาจับจ่าย
แม้อัตคัดขัดสนจนปัจจัย
ต้องดิ้นรน ทุรนทุรายให้ได้งาน
.
แม้การเห็นอีกคนเหนื่อย คืองานยาก
แม้นเธอเห็นฉันลำบาก ใช่เรื่องง่าย
และสองเราก็อยากอยู่อย่างสบาย
แต่สังคมกลับคลับคล้ายจะทิ้งเรา
.
แม้ต้องเดินผ่านสินค้าราคามาก
แม้นต้องทนอดอยากท้องว่างเปล่า
เราก็กินเพื่ออยู่ต่อ พอทำเนา
ถึงรักเราขาดของหวาน ใช่พาลตาย
.
แม้วันนี้ของเธอฉัน ยังงันเงียบ
และบางก้าวที่เราเหยียบจะเกือบสาย
แม้นสองเรา..เข้าใจกัน..จนวันตาย
กาลเวลา จะคลี่คลาย ให้เรา “มี”
...
..
วันดีคืนดี ฉันรวบรวมผลงานที่พอมีอยู่บ้าง ส่งไปที่คอลัมน์บทกวี หนังสือพิมพ์สยามรัฐ รายสัปดาห์ เผื่อจะได้ค่าขนมมากินเล่นสักบทละ 500 บาท เหมือนที่เคยได้มาครั้งหนึ่งจากมติชนรายสัปดาห์
นานจนลืม ...ใครคนหนึ่งส่งน้ำเสียงเปี่ยมกำลังใจกลับมาทางสายโทรศัพท์ “สวัสดีครับ คุณ.....ใช่ไหมครับ ผมได้อ่านบทกวีของคุณแล้วนะครับ ......(เงียบไปพักหนึ่ง) แต่ไม่สามารถนำมาลงในหนังสือได้ เพราะในหลาย ๆ วรรคยังมีสัมผัสนอกสัมผัสในที่ไม่ถูกต้องนะครับ อย่างเช่น .. . .. . .. . .. . . . . แต่ผมอยากให้คุณเขียนต่อไป แล้วส่งเข้ามาอีกนะครับ” “ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” “สวัสดีครับ” “ค่ะ สวัสดีค่ะ”
..
ฉันตอบแต่เพียง ค่ะ กับ สวัสดีค่ะ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบของสาวออฟฟิศธรรมดา ขณะที่น้ำเสียงของชายหนุ่มคนนั้นดูมีกังวลกับการโทรมาปฏิเสธงานฉันพอสมควร (ฉันว่าเสียงของเขาละม้ายน้ำเสียงสไตล์นักเขียนยุคช่อปาริชาต ช่อการะเกดเบ่งบาน จากที่เคยได้ยินน้ำเสียงเหล่านักเขียนมาตามงานเสวนาวรรณกรรม (น้ำเสียงแบบนักเขียนเป็นอย่างไร ฉันบรรยายไม่ถูกเหมือนกัน ต้องลองไปงานหนังสือ หรืองานเสวนาทางด้านวรรณกรรมดูเอง อิอิ)
..
...และสัมผัสจากน้ำเสียงและคำพูดได้ว่า เขาอยากให้กำลังใจฉัน ต่อสู้กับชีวิตในสังคมทุนนิยมต่อไปอย่างเข้มแข็ง ขณะที่การอธิบายเหตุผลของการปฏิเสธงาน บ่งบอกว่า ...สังคมหรืออย่างน้อยก็สยามรัฐ สัปดาห์วิจารย์เอง ไม่ได้คลับคล้ายจะทิ้งเรา เหมือนที่ฉันแอบต่อว่าเอาไว้ในกลอน
..
..
...แต่เราต่างหากที่จะต้องต่อสู้ เพื่อสร้าง “ที่ยืน” ของเรา ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นเกี่ยวเนื่องกันไปอย่างไม่ขาดสาย ...เช่นที่ฉันได้รับมาจากนักเขียนท่านนั้น
.
.
.
.
...ทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกขอบคุณโทรศัพท์สายนั้น...ที่สร้างกำลังใจยิ่งใหญ่ให้ฉันได้ จากบทกวีเล็ก ๆ เพียงบทเดียว...
...
.
.
.
เพลงทะเลสีดำ : ศิลปิน ลุลา Lula + พาราด็อกซ์
..ทะเลสีดำ ไม่มีแสงไฟ มองไม่เห็นทาง เธอกลัวหรือไม่ ได้ยินเสียงเธอ จะกลัวอะไร จับมือฉันไว้ ฉันก็อบอุ่นหัวใจ
เธออาจเหน็บหนาวทุกคราวที่เจอะคลื่นลม ก็ห่มใจฉันด้วยความอบอุ่นของเธอ
อาจมองไม่เห็นเส้นของขอบฟ้าไกล ยังมีแสงดวงดาวจะคอยนำทาง..ให้เราก้าวไป
เธอแน่ใจ ? ฉันแน่ใจ ทะเลสีดำ ไม่นานก็เช้า ค่ำคืนเหน็บหนาว จับมือฉันไว้ ทะเลสีดำ ไม่ต้องหวั่นไหว จะทำเช่นไร … กอดฉันไว้..เธอ ทะเลสีดำ ทำให้ฉันกลัว อาจทำให้เธอ นั้นต้องลำบาก ไม่เห็นเป็นไร อย่าไปคิดมาก มันคงไม่ยาก เพียงเธอจับมือฉัน เธออาจเหน็บหนาวทุกคราวที่เจอะคลื่นลม ก็ห่มใจฉันด้วยความอบอุ่นของเธอ อาจมองไม่เห็นเส้นของขอบฟ้าไกล ยังมีแสงดวงดาวจะคอยนำทาง ให้เราก้าวไป เธอแน่ใจ ฉันแน่ใจ ทะเลสีดำ ไม่นานก็เช้า ค่ำคืนเหน็บหนาว จับมือฉันไว้ ทะเลสีดำ ไม่ต้องหวั่นไหว จะทำเช่นไร กอด..ฉันไว้เธอ
ขอบคุณเพลงจากโลกอินเตอร์เน็ต
edit @ 25 Feb 2008 21:32:22 by Miss Fusion ...ดอดมาดู
ส่งบ้างดีกว่า
บางทีนี่อาจเป็นคำตอบว่า ทำไมพี่จึงยังนั่งอยู่ตรงนี้ ข้าง ๆ คน ๆ นี้
เราผ่านเวลา "แบบนั้น" มาด้วยกัน
#1 By ฉันไม่เคยไม่รักเธอ... on 2008-02-22 15:31