เบิกบานอย่างที่สุด
posted on 14 May 2008 19:22 by b613 in lifeวันนี้ฉันต้องนั่งรอรถจากทางบ้านที่ผ่านมาแถวที่ทำงานพอดี ทำให้มีเวลานั่งว่าง ๆ พอให้อยากจดบันทึก (แต่ไม่ยอมทำงาน) เมื่อเช้ามีเรื่องให้รู้สึกยิ้ม ยิ้ม .... ทั้งที่มันเรื่องเล็กนิดเดียวเองน่ะ อาจเป็นเพราะเมื่อเราเป็นผู้ใหญ่ ความเคร่งเครียดในเรื่องบ้าบอก็ทำให้เรามีเรื่องให้ยิ้มน้อยลง
เรื่องของเรื่องมันก็แค่ลองเปลี่ยนเส้นทางไปทำงานใหม่ ลงมาต่อรถที่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 41 แต่แวะซื้อไส้อั่วที่ 7/11 จึงอยากเดินไปกินไป (ไม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง) จึงคิดว่าจะเดินไปทะลุซอยที่ทำงาน เพราะเคยเดินมาแล้ว ปรากฏว่าเดินเข้าไปเพียงนิดเดียวก็พบว่าเข้าซอยผิด -*- แต่ไม่อยากเดินย้อนกลับไปให้เสียเชิงมอร์ไซค์รับจ้างหน้าปากซอยที่เราเพิ่งเชิดใส่มาเมื่อกี๊ ก็เลยลองเดินเข้าไปเรื่อย ๆ ทั้งที่ไม่รู้ว่ามันจะไปทะลุกันได้หรือเปล่า
ในใจก็คิดว่ามันคงไม่ทะลุกันแหง ๆ เพราะถ้าเดินเลียบถนนใหญ่ไปมันต้องข้ามสะพานข้ามแม่น้ำ(เล็ก ๆ)เสียก่อน แล้วในซอยเล็ก ๆ อย่างนี้จะมีสะพานข้ามน้ำเหรอ ยิ่งเดินเข้าไปซอยก็ยิ่งแคบลง แคบลง บ้านคนเริ่มบางตาลงเรื่อย ๆ จากที่มีมอร์เตอร์ไซค์รับจ้างเข้ามาส่งคนในซอยแบบถี่ ๆ ก็เริ่มลดจำนวนลง ในที่สุด บ้านคนก็ไม่เหลือ มอร์เตอร์ไซค์ก็ไม่มีเข้ามาถึงตรงนั้นอีก สุดซอยมีทางเลี้ยวขวา เลียบไปกับต้นไม้ใบหญ้า แต่ก็มองเห็นหมู่บ้านทาวเฮาส์อยู่ไกล ๆ ออกไป
ฉันเดินเข้าไป เดินเข้าไป เลี้ยวซ้ายอีกนิด มีมอร์เตอร์ไซค์รับจ้างสวนออกมา 1 คัน ไร้ผู้โดยสาร ..แต่ฉันไม่เรียกให้กลับไปส่งหน้าปากซอยหรอก เสียเชิง -_-' ฉันเดินสวนเข้าไป ที่สุดสายตาเห็นหมู่บ้านทาวเฮาส์ขวางถนนอยู่ไม่ไกล ข้างทางเป็นแปลงเพาะดอกชบาสำหรับขาย ข้างหน้านั่นเหมือนจะสุดทางของซอยนี้แล้ว แต่เมื่อเลยแปลงเพาะต้นไม้ไปเพียงนิดเดียว ก็เจอทางเดินเล็ก ๆ เลียบคลองแคบ ๆ ไปทางขวามือ มองไปไกล ๆ ฉันเห็นถนนแคบ ๆ ของอีกซอยหนึ่ง ค้นพบทางไปแล้ว ฉันรีบเลี้ยวขวา
ซ้ายมือของทางเดินแคบ ๆ มีทุ่งหญ้ารกและกว้าง มีสุนัขข้างถนน? 2 ตัวกำลังกระโดดโลดเต้นเล่นกันอย่างสนุกสนาน ..ฉันหยุดเพื่อจะทักสุนัข 2 ตัวไกล ๆ ออกไปประมาณ 100 เมตร ขอเรียกว่าหมาก็แล้วกัน หมาหยุดรับการทักทายจากฉันเช่นกัน 1 ใน 2 ตัวหันมามองอย่างหยั่งเชิง อีกตัวทำท่าจะวิ่งมาหา แต่หยุดชะงักดูท่าที ฉันเดินต่ออีก 3 ก้าว ยกมือทักทาย หมา 2 ตัวยังยืนมองเหมือนคิดอะไรอยู่ ฉันเดินต่อไปข้างหน้า แล้วหันไปปรบมือเรียก 1 ใน 2 ทำท่าจะวิ่งตามมา แล้วหยุดยืนมองเฉย ๆ อีกตัวนั่งมองนัยตาวาว มันคงคิดว่าทำไมไม่เข้ามาเล่นกัน ... ฉันนึกถึงสุนัขจิ้งจอกในเรื่องเจ้าชายน้อย .....บรรยากาศของความแปลกที่แปลกทาง สุนัขบนทุ่งหญ้าแปลกถิ่น และการเล่นกัน การหยั่งเชิง การขยับเข้าใกล้ และไกลออกไป ในที่สุด ฉันปรบมืออีก 2 - 3 รอบ แล้วเดินออกมาจากทางเดินแคบ ๆ
ฉันพบซอยใหม่ เงียบสงบกว่าซอยเมื่อกี๊อีก ตัดสินใจเดินย้อนออกไปทางปากซอย เผื่อหลงทางก็ยังพบถนนใหญ่ จะมีทางกลับไปออฟฟิศง่ายกว่า เดินต่อไปอีกนิดเลี้ยวซ้ายเจอหมู่บ้านหลังใหญ่ ๆ ปลูกดอกไม้เต็มริมทางเดิน ฉันหยิบดอกปีบที่ร่วงหล่นบนกระโปรงรถมา 2-3 ดอก ไม่หอมเลย แต่ยังสวยอยู่ เดินมาอีกหน่อยเจอดงดาวเรืองเหลืองละออ ที่ดงดาวเรืองมีเมล็ดพันธุ์เปียกน้ำฝน(แน่ ๆ แฉะขนาดนี้)เต็มไปหมด ฉันเดินไปเก็บไป ได้เมล็ดดาวเรืองมา 1 กำมือ โชคดีไม่มีใครมาไล่ให้หยุดเก็บ เดินเลี้ยวอีก 1 ซ้ายมือ มองไปไกล ๆ เห็นหน้าหมู่บ้าน เดินเก็บเมล็ดพันธุ์จนสุดทาง ...ถึงสุดหน้าหมู่บ้านพอดี กำลังตัดสินใจว่าจะเลี้ยวทางไหน ความรู้สึกคุ้นเคยก็แล่นเข้ามาในหัวสมอง ........ใช่แล้ว ...ฉันเดินมาทะลุซอยเดิมที่เข้าใจผิดว่าเป็นซอยเมื่อกี๊ ฉันลิงโลดใจอย่างประหลาด เหมือนตอนที่ขี่รถเครื่องออกจากสะเมิงตอนมืด ๆ มาเจอแสงไฟของตัวอำเภอแม่ริม เหมือนตอนที่รถไฟแล่นมาถึงหัวลำโพง เหมือนตอนที่กำลังจะกลับถึงบ้าน หรือตอนที่กำลังจะเห็นหน้าคนรัก แล้วเราเร่งเดินให้ถึงจุดหมายอย่างเร็วไวที่สุด
ความรู้สึกแบบนี้มันช่างเล็กน้อยมาก แต่สร้างความเบิกบานอย่างที่สุด
จบแล้ว
edit @ 14 May 2008 20:20:01 by ใครสักคนที่บังเอิญผ่านมา..